สเตอร์ริดจ์เผยพระเจ้ามอบฟอร์มหรูให้
|
| แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอก ลิเวอร์พูล กับทีมชาติอังกฤษ เปิดอก ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในช่วงนี้ เป็นพรจากพระเจ้า พร้อมระบุ ตอนนี้หวังจะพิสูจน์ฝีเท้ากับทัพ "สิงโตคำราม" ให้ได้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในช่วงนี้นั้น คือพรจากพระผู้เป็นเจ้า หลังจากที่ในฤดูกาลนี้เขาทำประตูให้ต้นสังกัดไปแล้วถึง 8 ลูก จากการลงเล่น 9 นัดในทุกรายการ แข้งวัย 24 ปี ให้สัมภาษณ์กับ "เอฟเอดอตคอม" (www.fa.com) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ว่า "ในตอนนี้หลายอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี และผมก็ได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้าจนทำให้มีฟอร์มแบบนี้ ความศรัทธาที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้าคือสิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้" "การทำงานอย่างหนักคือสิ่งที่สำคัญ มันคือเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อทีม คุณต้องทำงานของคุณ และทุ่มเททุกอย่างบนสนามจนกว่าเกมจะจบลง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะทำให้ได้ ผมกำลังรู้สึกดีสุดๆ ทุกคนมีความเชื่อมั่นกับการลงเล่นในเกมนี้ (ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอช นัดที่ อังกฤษ จะเจอกับ มอนเตเนโกร วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคมนี้) เรารู้สึกระตือรือร้นที่จะได้ลงเล่น และอยากลงเล่นเกมแรก (จากทั้ง 2 นัด) รวมถึงได้ผลการแข่งขันที่ดี" สเตอร์ริดจ์ ระบุ อดีตหัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี เสริมว่า ตอนนี้เขาต้องการพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองกับทีมชาติอังกฤษให้ได้ หลังก่อนหน้านี้เขามีอาการบาดเจ็บ จนไม่ได้ช่วยทัพ "สิงโตคำราม" ในเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดที่ทีมของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ชนะ มอลโดวา 4-0 และเสมอ ยูเครน 0-0 เมื่อวันที่ 6 กันยายน กับ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ตามลำดับ "ผมเสียใจมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมทั้ง 2 นัด (ของเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา) เพราะมันเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผม ผมไม่คิดว่า คนอื่นๆ จะรู้หรอกว่า การได้มาอยู่ที่นี่, มาร่วมทีมชาติ มันมีความหมายสำหรับคนอย่างผมมากแค่ไหน มันทำให้ผมเสียใจมาก ซึ่งผมรู้สึกว่า ตอนนี้มันเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผม และผมอยากแสดงให้เห็นว่า ผมสามารถทำอะไรได้บ้าง" สเตอร์ริดจ์ เผย |
| ข่าวจาก Siamsport.co.th |
| credits Liverpool In Thailand |
Liverpool
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556
Liverpool's News ;Sturridge thanks god for his form.
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556
Capital 1st Cup ; Man Utd 1-0 Liverpool
แคปิตอล วัน คัพ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 0 ลิเวอร์พูล
|
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดล้างแค้นคู่ปรับตลอดกาล"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลได้สำเร็จหลังเปิดบ้านเบียดเอาชนะหวุดวิด 1-0 จากประตูโทนต้นครึ่งหลังของฮาเวียร์ เฮอร์นานเดสที่แทบไม่มีบทบาทอะไรตบเท้าเข้ารอบ 4 แคปิตอล วัน คัพส่วนลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์สที่แม้ได้หลุยส์ ซัวเรซกลับมาแล้วแต่ตอนนี้เหลือให้ลุ้นซีซั่นนี้แค่ 2 รายการเท่านั้น แคปิตอล วัน คัพ รอบ 3 วันพุธที่ 25 กันยายน 2556 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ประตู : 1-0 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ น. 46 คลิปประตู >> http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=685.0 ประมวลภาพ >> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.642197462480736.1073741839.165028736864280&type=3&uploaded=64 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีเหลือเกินโดยชนะลิเวอร์พูล 9 จาก 10 ครั้งหลังสุดที่ลงเตะกันในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทีมของเดวิด มอยส์เพิ่งพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาหมดรูปในเกมล่าสุดโดยนัดนี้ส่งตัวจริงผสมกับตัวสำรองลงสนามแตำแหน่งนายด่านยังใช้บริการของดาบิด เด เคอาเหมือนเดิม แผงหลังเปลี่ยนนักเตะลงมาเยอะนำโดยราฟาเอลประจำแบ็คขวาส่วนซ้ายเป็นหน้าที่ของอเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์แล้วให้คริส สมอลลิ่งกัลจอนนี่ อีแวนส์ยืนคุมตรงกลาง แดนกลางวันนี้ชินจิ คากาวะได้โอกาสลงสามพร้อมกับนานี่, ไรอัน กิ๊กส์และฟิล โจนส์โดยมีเวย์น รูนี่ย์ที่กำลังฟอร์มฮอตลงล่าตาข่ายกับชิชาริโต้ ด้านลิเวอร์พูลเพิ่งทำงามหน้าแพ้เซาแธมป์ตันคาบ้านเช่นกันเกมนี้เบรนแดน ร็อดเจอร์สจัดนักเตะชุดใหญ่ลงสนามและไฮไลท์ของเกมหนีไม่พ้นหลุยส์ ซัวเรซที่พ้นโทษแบนกลับมาลงเล่นได้ในรอบ 10 นัด กองหลังมีโคโล่ ตูเร่จองสัมปทานริมเส้นด้านขวาแล้วให้โฆเซ่ เอ็นริเก้กลับมาลงเป็นตัวจริงอีกครั้งมีมาร์ติน สเคอร์เทลจับคู่กับมามาดู ซาโก้ตรงกลางแทนดาเนี่ยล แอกเกอร์ที่เจ็บไม่หาย แผงกลางยังเป็นชุดเก่งนำทัพโดยสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สันส่วนเกมรุกปล่อยให้วิคเตอร์ โมเซสและดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ผสานงานกับ"หม่อมกัด" ครึ่งแรก เริ่มเกมมา 7 นาทียูไนเต็ดมาได้ลุ้นยิงประตูก่อนเมื่อได้ต่อบอลทำชิ่งกันมาจากริมเส้นด้านขวาก่อนที่บอลมาถึงรูนี่ย์หาจังหวะสับด้วยเท้าขวาระยะราว 25 หลาแต่บอลไปติดบล็อคของกองหลังทีมเยือนทำให้ได้เพียงแค่เตะมุม "หงส์แดง"มีลุ้นบ้างจากจังหวะที่ซัวเรซได้บอลหลุดไปตรงสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนจ่ายย้อนกลับมาให้เอ็นริเก้ตั้งป้อมเปิดไปตรงเสาสองบอลเกือบจะถึงสเตอร์ริดจ์แล้วแต่โจนส์ยังตามมาโหม่งทิ้งออกหลังไปนิดเดียว ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อสเตอร์ริดจ์ได้บอลแทงทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงทำได้ไม่ดีทำให้บอลหลุดเสาแรกไปเยอะ ซัวเรซมาได้ลุ้นเกือบยิงได้ในจังหวะที่เอ็นริเก้เปิดบอลยาวมาจากริมเส้นด้านซ้ายข้ามหัวของอีแวนส์ไปแล้วก่อนดาวยิงอุรุกวัยจับบอลลงแต่ยาวไปนิดนึงทำให้เด เคอาเข้ามาตะปบเอาไว้ได้พร้อมกับจังหวะที่ซัวเรซยิงพอดี เกมเข้าสู่นาทีที่ 21 คราวนี้ลูคัสตัดบอลได้หน้าปากเขตโทษของยูไนเต็ดก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์หลุดเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่จับบอลห่างไปนิดทำให้ไม่มีมุมยิงแล้วเลยยิงไปติดบล็อคของสมอลลิ่งที่ยังตามลงมาทัน นาทีที่ 26 "หงส์แดง"มาได้ลุ้นยิงอีกโดยซัวเรซลากบอลขึ้นมาในจังหวะสวนกลับก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์ที่รออยู่เตะเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนได้ยิงทว่าก็ยังไปติดบล็อคของสมอลลิ่งอีกครั้ง เกมผ่านมาครบครึ่งชั่วโมงยูไนเต็ดต่อบอลขึ้นมาได้ดีบ้างจากที่ราฟาเอลขึ้นเกมมาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายเข้ากลางให้นานี่แล้วบอลหลุดไปถึงชิชาริโต้ได้บอลทำชิ่งเข้ากรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงไม่มีมุมแล้วทำให้เหินข้ามคานออกไป ช่วงท้ายครึ่งแรก"ปีศาจแดง"กลับมาเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้อย่างชัดเจนแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลังของลิเวอร์พูลเข้าไปหาจังหวะยิงแบบถนัดถนี่ได้มากนักโดยรูนี่ย์และนานี่ต่างได้ยิงไกลแต่ไปติดบล็อคไม่ได้ลุ้นอะไรก่อนจบครึ่งที่การเสมอกันไป ครึ่งหลัง เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 1 นาทียูไนเต็ดก็ขึ้นนำจนได้จากจังหวะเตะมุมด้านซ้ายเปิดเข้ามาตรงกลางบอลมาตกใส่ชิชาริโต้ที่กระโดดตวัดบอลผ่านมิโญเล่ต์เข้าไปซุกก้นตาข่ายให้แฟนเจ้าถิ่นได้เฮฮากันก่อน ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะสวนกลับที่ซัวเรซไหลไปให้สเตอร์ริดจ์ตอกส้นกลับมาแล้วโมเซสไปแย่งบอลมาจากสมอลลิ่งได้บอลกระดอนมาถึงเฮนเดอร์สันตั้งป้อมแปสวนเข้าไปตรงๆทว่าบอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย "หงส์แดง"เดินเกมบุกต่อเนื่องอีกโดยคราวนี้เป็นซัวเรซที่ลากบอลเข้ามาถึงระยะ 20 หลาแล้วซัดเปรี้ยงไปเลยแต่ก็ยังโดนสองกองหลังยูไนเต็ดพุ่งเข้ามาบล็อคเอาไว้ได้ อีกไม่กี่นาทีต่อมาสมอลลิ่งส่งบอลพลาดไปเข้าเท้าของ"หม่อมกัด"ลากขึ้นมาก่อนจัดสินใจยิงเองไปแฉลบกองหลังของยูไนเต็ดออกหลังไป ยูไนเต็ดพลาดโอกาสงามบ้างเมื่อได้ลูกโต้กลับมาจากเด เคอาเลยชิชาริโต้จับบอลลงได้ก่อนไหลไปให้คากาวะที่ต่อบอลมาถึงนานี่หน้าปากประตูแต่จังหวะยิงปีกอาบังกลับทำไม่ดีเหินข้ามคานออกไปชนิดที่มอยส์ต้องโวย นาทีที่ 63 คากาวะโชว์สเต็ปพลิกบอลหนีลูคัสตรงกลางสนามก่อนลากจี้เข้าหากองหลังของลิเวอร์พูลแล้วตะบันด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อบอลผ่านมือของมิโญเล่ต์ไปแล้วแต่เช็ดคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น เกมมาถึงช่วง 20 นาทีสุดท้าย"หงส์แดง"ได้เตะมุมทางฝั่งซ้ายกองหลังของยูไนเต็ดเคลียร์ไม่ขาดบอลมาเข้าเท้าของซัวเรซจับบอลลงหนึ่งจังหวะและพลิกหลบกองหลังเจ้าถิ่นก่อนยิงด้วยซ้ายทันทีทว่าบิดไม่พอบอลไปเข้าข้างตาข่าย ลิเวอร์พูลน่าได้ประตูตีเสมออย่างที่สุดเมื่อเจอร์ราร์ดตักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่สมอลลิ่งสกัดทิ้งเอ็นริเก้ตามมาเก็บตกปาดกลับมาตรงกลางเป็นโมเซสที่ทิ้งตัวตอร์ปิโดบกโขกเต็มๆทว่าเด เคอายังปัดเอาไว้ได้ "หม่อมกัด"เกือบตีเสมอให้ทีมได้อีกแล้วโดยฟรีคิกจากบริเวณนอกกรอบเขตโทษด้านซ้ายของเขาไปแฉลบกำแพงก่อนนิดนึงแล้วพุ่งไปชนคานดังสนั่นก่อนออกหลังไปและจังหวะเตะมุมต่อเนื่องก็ไม่มีอะไร รูนี่ย์หวิดยิงฟรีคิกเข้าอีกเกมแล้วเมื่อได้ปั่นนอกกรอบเขตโทษด้านขวาระยะ 20 หลาแต่มิโญเล่ต์ไม่ยอมให้พลาดพุ่งไปปัดทิ้งออกหลังไปและจังหวะต่อเนื่องยูไนเต็ดเตะมุมสั้นรูนี่ย์ลากบอลเข้ามายิงเองก็ยังโดนนายด่านเบลเยี่ยมปัดทิ้งไปได้อีกครั้ง ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุมเล่นสั้นมาให้เจอร์ราร์ดตั้งป้อมยิงไกลเข้ามาตรงเสาแรกทว่าเด เคอาก็ยังเซฟเอาไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ถัดมาไม่นานซัวเรซไปแย่งบอลมาจากโจนส์ได้ทางริมเส้นด้านขวาก่อนลากเข้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ตูเร่ที่เติมขึ้นมายิงก่อนที่จะไปโดนสเตอร์ริดจในจังหวะสุดท้ายออกไป ท้ายที่สุดแล้ว"หงส์แดง"ก็ไม่สามารถตีเสมอได้ทำให้ต้องจอดป้ายไปในรอบนี้ส่วน"ปีศาจแดง"เดินหน้าเข้ารอบ 4 ยังมีลุ้นครบทุกถ้วยต่อไป รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา 5, ราฟาเอล 7, จอนนี่ อีแวนส์ 7, คริส สมอลลิ่ง 7, อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ 6, ฟิล โจนส์ 6 , ไรอัน กิ๊กส์ 6 , นานี่ 5 (แดนนี่ เวลเบ็ค น. 90+1), ชินจิ คากาวะ 5(อั๊ดนาน ยานูไซจ์ น. 74), ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 7 (ไมเคิ่ล คาร์ริค น. 74), เวย์น รูนี่ย์ 8* ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : เบน อามอส, ฟาบิโอ, อันเดอร์สัน, วิลเฟร็ด ซาฮา ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์ 7, โคโล่ ตูเร่ 6 , มามาดู ซาโก้ 5, มาร์ติน สเคอร์เทล 6, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 6, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 6, ลูคัส เลว่า 5 (มาร์ติน เคลลี่ น. 68), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5, วิคเตอร์ โมเซส 5(ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น. 82), ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 4, หลุยส์ ซัวเรซ 7 ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : แบรด โจนส์, อันเดร วิสดอม, หลุยส์ อัลเบร์โต้, จอร์ดอน ไอบ์, เอียโก้ อาสปาส YNWA |
| ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson |
วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556
About Why I love Liverpool YNWA
สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง
ก่อตั้งเมื่อ: 15 มีนาคม 2435
ลีก: พรีเมียร์ลีก
สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 ครั้ง และฟุตบอลลีกคัพซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศอังกฤษ อีก 8 ครั้ง
ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟิลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษ 1970 - 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลีและบ็อบ เพลสลี่ย์นำทีมเข้าร่วมแข่งขันใน 7 ลีกส์และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 7 ใบ
ผูสนับสนุนของสโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสโมสรฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดภัยพิบัติฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิตเนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา
ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตันและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลเปลี่ยนจากเสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้านปี ค.ศ.1964 มีฉายาในภาษาไทยว่า "หงส์แดง" พร้อมด้วยคำขวัญ "You'll Never Walk Alone"
ทีมหงส์แดงผมเชียร์ตั้งแต่ยุค Hyypia เล่นเป็นCB ยุคที่หงส์แดงได้ถ้วยยุโรปใบที่5นั้นคือถ้วยUCLสมัยที่F.Torres เข้าฟอร์มสุดๆ ผมชอบทีมนี้มานานมาก ถึงทีมจะแพ้ผมก็จะเชียร์ต่อไปแต่หวังว่าในชั่วชีวิตผมหงส์แดงจะได้ถ้วยEPLสักครั้ง:D YNWA
Liverpool's News :Luiz Suarez is ready to play against Man Utd in Capital 1st cup
เร้ดอาร์มี่จืด! บีร็อดบอกพี่เหยินฟิตพร้อมส่งผีลงหลุมจ้า
|
| งานนี้สาวก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด หน้าจืดกันไปตามๆ กัน เมื่อ เบรนดัน ร็อดเจอร์ส บอสตาหวานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลเผยว่า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่งนั้นมีสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับลงทำศึกแดงเดือดในสัปดาห์หน้าแน่ ซัวเรซนั้นโดนแบนสิบเกมต่อเนื่องมาจากฤดูกาลก่อน และจะพ้นโทษแบนกลับมาในเกมที่พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแคปปิตอล วัน คัพ พอดี ซึ่งหลายคนไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ หงส์แดง หรือ ผีแดงที่แอบลุ้นอยู่ก็ตั้งคำถามถึงเรื่องความฟิตของแข้งรายนี้ อย่างไรก็ตาม บีร็อด เองเหมือนรู้ว่าทุกคนสนใจความฟิตของซัวเรซ ก็ได้ออกมาเคลียร์แล้วว่าหอกรายนี้ลงได้สบายๆ รวมถึงมีการซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องของแท็กติกด้วย "ไอเดียคือเรามองว่าช่วงเวลาที่เขาหายไปและกลับมาจะต้องไม่มีรอยต่อนะ" บอสหงส์กล่าว "แน่นอน มันอาจจะมีช่วงเวลาปรับอะไรบ้างสำหรับเขา แต่ผมก็เฝ้ารอที่ได้เขากลับมาอยู่" "เขาทำงานหนักในช่วงของการซ้อม เขาได้ซ้อมพิเศษทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขาเองและตำแหน่งในการเล่น เขาทำให้ตัวเองฟิตอยู่ตลอดเท่าที่จะเป็นไปได้ และผมก็เฝ้ารอที่จะเห็นสิ่งเหล่านั้นในสนาม" "การลงสนามของเขาเป็นบางสิ่งที่จะถูกนำมาพิจารณาแน่นอน" |
| ข่าวจาก Tribalfootball |
| เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th |
Barclays Premier Leauge :Liverpool 2-2 Swansea city
|
วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
Liverpool's News :Simon Mignolet's opinion about Liverpool's game
มิโญเล่ต์พอใจฟอร์มกับหงส์-รับเสียดายโดนหงส์ขาวเจาะ
|
| ซิมง มิโญเล่ต์ นายทวารเลือดเบลเจี้ยนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พอใจฟอร์มโดยรวมของตัวเองนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ มิโญเล่ต์ที่ย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นเก็บคลีนชีตได้ 3 นัดในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะมาเสีย 2 ประตูในเกมที่เสมอกับสวอนซี 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำเจ้าตัวเสียดายเหมือนกัน "ในฐานะผู้รักษาประตู คุณย่อมต้องการเก็บคลีนชีตให้มากที่สุด" มิโญเล่ต์กล่าว "ผมทำมันได้ในสามแรกแรก แต่พวกเราเสียประตูเร็วไปหน่อยในเกมกับสวอนซี" |
| ข่าวจาก Tribalfootball |
| เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th |
Liverpool's News :Coutinho is injured
หงส์งานงอก! ''คูตินโญ่'' ไหล่เดี้ยงพักยาวถึงสิ้น ต.ค.
|
| "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลประกาศข่าวร้ายให้สาวกทำใจกันล่วงหน้าโดยฟิลิปเป้ คูตินโญ่เพลย์เมคเกอร์แซมบ้าจะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บยาวจนถึงสิ้นเดือนต.ค.นี้ ดาวเตะทีมชาติบราซิลจะเข้ารับกระบวนการรักษาหัวไหล่ที่เขามีอาการบาดเจ็บระหว่างเกมเสมอสวอนซี ซิตี้ 2-2 ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม คูตินโญ่ต้องออกจากสนามระหว่างครึ่งหลังภายหลังจากเข้าปะทะอย่างหนักกับแอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ก่อนตกลงมาเอาไหล่กระแทกพื้น ภายหลังจากที่ทีมแพทย์ของสโมสรตรวจดูนั้นมีการตัดสินใจว่าคูตินโญ่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อต่อหัวไหล่ของเขาซึ่งน่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ |
| ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson Credits: Liverpool In Thailand |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)