วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Liverpool's News ;Sturridge thanks god for his form.

สเตอร์ริดจ์เผยพระเจ้ามอบฟอร์มหรูให้
 
สเตอร์ริดจ์เผยพระเจ้ามอบฟอร์มหรูให้
 
         แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอก ลิเวอร์พูล กับทีมชาติอังกฤษ เปิดอก ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในช่วงนี้ เป็นพรจากพระเจ้า พร้อมระบุ ตอนนี้หวังจะพิสูจน์ฝีเท้ากับทัพ "สิงโตคำราม" ให้ได้

         แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กองหน้าตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  กล่าวว่า ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในช่วงนี้นั้น คือพรจากพระผู้เป็นเจ้า หลังจากที่ในฤดูกาลนี้เขาทำประตูให้ต้นสังกัดไปแล้วถึง 8 ลูก จากการลงเล่น 9 นัดในทุกรายการ

        แข้งวัย 24 ปี ให้สัมภาษณ์กับ "เอฟเอดอตคอม" (www.fa.com) เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ว่า "ในตอนนี้หลายอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี และผมก็ได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้าจนทำให้มีฟอร์มแบบนี้ ความศรัทธาที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้าคือสิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้"

        "การทำงานอย่างหนักคือสิ่งที่สำคัญ มันคือเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อทีม คุณต้องทำงานของคุณ และทุ่มเททุกอย่างบนสนามจนกว่าเกมจะจบลง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะทำให้ได้ ผมกำลังรู้สึกดีสุดๆ ทุกคนมีความเชื่อมั่นกับการลงเล่นในเกมนี้ (ฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอช นัดที่ อังกฤษ จะเจอกับ มอนเตเนโกร วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคมนี้) เรารู้สึกระตือรือร้นที่จะได้ลงเล่น และอยากลงเล่นเกมแรก (จากทั้ง 2 นัด) รวมถึงได้ผลการแข่งขันที่ดี" สเตอร์ริดจ์ ระบุ

        อดีตหัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี เสริมว่า ตอนนี้เขาต้องการพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองกับทีมชาติอังกฤษให้ได้ หลังก่อนหน้านี้เขามีอาการบาดเจ็บ จนไม่ได้ช่วยทัพ "สิงโตคำราม" ในเกมฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดที่ทีมของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ชนะ มอลโดวา 4-0 และเสมอ ยูเครน 0-0 เมื่อวันที่ 6 กันยายน กับ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ตามลำดับ

        "ผมเสียใจมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมทั้ง 2 นัด (ของเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา) เพราะมันเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผม ผมไม่คิดว่า คนอื่นๆ จะรู้หรอกว่า การได้มาอยู่ที่นี่, มาร่วมทีมชาติ มันมีความหมายสำหรับคนอย่างผมมากแค่ไหน มันทำให้ผมเสียใจมาก ซึ่งผมรู้สึกว่า ตอนนี้มันเป็นโอกาสครั้งใหญ่สำหรับผม และผมอยากแสดงให้เห็นว่า ผมสามารถทำอะไรได้บ้าง" สเตอร์ริดจ์ เผย 
 
ข่าวจาก Siamsport.co.th
 credits Liverpool In Thailand

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

Capital 1st Cup ; Man Utd 1-0 Liverpool

แคปิตอล วัน คัพ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 0 ลิเวอร์พูล
 
แคปิตอล วัน คัพ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 0 ลิเวอร์พูล
 
              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดล้างแค้นคู่ปรับตลอดกาล"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลได้สำเร็จหลังเปิดบ้านเบียดเอาชนะหวุดวิด 1-0 จากประตูโทนต้นครึ่งหลังของฮาเวียร์ เฮอร์นานเดสที่แทบไม่มีบทบาทอะไรตบเท้าเข้ารอบ 4 แคปิตอล วัน คัพส่วนลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์สที่แม้ได้หลุยส์ ซัวเรซกลับมาแล้วแต่ตอนนี้เหลือให้ลุ้นซีซั่นนี้แค่ 2 รายการเท่านั้น
              แคปิตอล วัน คัพ รอบ 3
              วันพุธที่ 25 กันยายน 2556
              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล
              สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
              ประตู : 1-0 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ น. 46

              คลิปประตู >> http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=685.0

              ประมวลภาพ >> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.642197462480736.1073741839.165028736864280&type=3&uploaded=64
              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีเหลือเกินโดยชนะลิเวอร์พูล 9 จาก 10 ครั้งหลังสุดที่ลงเตะกันในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
              ทีมของเดวิด มอยส์เพิ่งพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาหมดรูปในเกมล่าสุดโดยนัดนี้ส่งตัวจริงผสมกับตัวสำรองลงสนามแตำแหน่งนายด่านยังใช้บริการของดาบิด เด เคอาเหมือนเดิม
              แผงหลังเปลี่ยนนักเตะลงมาเยอะนำโดยราฟาเอลประจำแบ็คขวาส่วนซ้ายเป็นหน้าที่ของอเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์แล้วให้คริส สมอลลิ่งกัลจอนนี่ อีแวนส์ยืนคุมตรงกลาง
              แดนกลางวันนี้ชินจิ คากาวะได้โอกาสลงสามพร้อมกับนานี่, ไรอัน กิ๊กส์และฟิล โจนส์โดยมีเวย์น รูนี่ย์ที่กำลังฟอร์มฮอตลงล่าตาข่ายกับชิชาริโต้
              ด้านลิเวอร์พูลเพิ่งทำงามหน้าแพ้เซาแธมป์ตันคาบ้านเช่นกันเกมนี้เบรนแดน ร็อดเจอร์สจัดนักเตะชุดใหญ่ลงสนามและไฮไลท์ของเกมหนีไม่พ้นหลุยส์ ซัวเรซที่พ้นโทษแบนกลับมาลงเล่นได้ในรอบ 10 นัด
              กองหลังมีโคโล่ ตูเร่จองสัมปทานริมเส้นด้านขวาแล้วให้โฆเซ่ เอ็นริเก้กลับมาลงเป็นตัวจริงอีกครั้งมีมาร์ติน สเคอร์เทลจับคู่กับมามาดู ซาโก้ตรงกลางแทนดาเนี่ยล แอกเกอร์ที่เจ็บไม่หาย
              แผงกลางยังเป็นชุดเก่งนำทัพโดยสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สันส่วนเกมรุกปล่อยให้วิคเตอร์ โมเซสและดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ผสานงานกับ"หม่อมกัด"
              ครึ่งแรก
              เริ่มเกมมา 7 นาทียูไนเต็ดมาได้ลุ้นยิงประตูก่อนเมื่อได้ต่อบอลทำชิ่งกันมาจากริมเส้นด้านขวาก่อนที่บอลมาถึงรูนี่ย์หาจังหวะสับด้วยเท้าขวาระยะราว 25 หลาแต่บอลไปติดบล็อคของกองหลังทีมเยือนทำให้ได้เพียงแค่เตะมุม
              "หงส์แดง"มีลุ้นบ้างจากจังหวะที่ซัวเรซได้บอลหลุดไปตรงสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนจ่ายย้อนกลับมาให้เอ็นริเก้ตั้งป้อมเปิดไปตรงเสาสองบอลเกือบจะถึงสเตอร์ริดจ์แล้วแต่โจนส์ยังตามมาโหม่งทิ้งออกหลังไปนิดเดียว
              ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อสเตอร์ริดจ์ได้บอลแทงทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงทำได้ไม่ดีทำให้บอลหลุดเสาแรกไปเยอะ
              ซัวเรซมาได้ลุ้นเกือบยิงได้ในจังหวะที่เอ็นริเก้เปิดบอลยาวมาจากริมเส้นด้านซ้ายข้ามหัวของอีแวนส์ไปแล้วก่อนดาวยิงอุรุกวัยจับบอลลงแต่ยาวไปนิดนึงทำให้เด เคอาเข้ามาตะปบเอาไว้ได้พร้อมกับจังหวะที่ซัวเรซยิงพอดี
              เกมเข้าสู่นาทีที่ 21 คราวนี้ลูคัสตัดบอลได้หน้าปากเขตโทษของยูไนเต็ดก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์หลุดเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่จับบอลห่างไปนิดทำให้ไม่มีมุมยิงแล้วเลยยิงไปติดบล็อคของสมอลลิ่งที่ยังตามลงมาทัน
              นาทีที่ 26 "หงส์แดง"มาได้ลุ้นยิงอีกโดยซัวเรซลากบอลขึ้นมาในจังหวะสวนกลับก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์ที่รออยู่เตะเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนได้ยิงทว่าก็ยังไปติดบล็อคของสมอลลิ่งอีกครั้ง
              เกมผ่านมาครบครึ่งชั่วโมงยูไนเต็ดต่อบอลขึ้นมาได้ดีบ้างจากที่ราฟาเอลขึ้นเกมมาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายเข้ากลางให้นานี่แล้วบอลหลุดไปถึงชิชาริโต้ได้บอลทำชิ่งเข้ากรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงไม่มีมุมแล้วทำให้เหินข้ามคานออกไป
              ช่วงท้ายครึ่งแรก"ปีศาจแดง"กลับมาเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้อย่างชัดเจนแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลังของลิเวอร์พูลเข้าไปหาจังหวะยิงแบบถนัดถนี่ได้มากนักโดยรูนี่ย์และนานี่ต่างได้ยิงไกลแต่ไปติดบล็อคไม่ได้ลุ้นอะไรก่อนจบครึ่งที่การเสมอกันไป
              ครึ่งหลัง
              เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 1 นาทียูไนเต็ดก็ขึ้นนำจนได้จากจังหวะเตะมุมด้านซ้ายเปิดเข้ามาตรงกลางบอลมาตกใส่ชิชาริโต้ที่กระโดดตวัดบอลผ่านมิโญเล่ต์เข้าไปซุกก้นตาข่ายให้แฟนเจ้าถิ่นได้เฮฮากันก่อน
              ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะสวนกลับที่ซัวเรซไหลไปให้สเตอร์ริดจ์ตอกส้นกลับมาแล้วโมเซสไปแย่งบอลมาจากสมอลลิ่งได้บอลกระดอนมาถึงเฮนเดอร์สันตั้งป้อมแปสวนเข้าไปตรงๆทว่าบอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย
              "หงส์แดง"เดินเกมบุกต่อเนื่องอีกโดยคราวนี้เป็นซัวเรซที่ลากบอลเข้ามาถึงระยะ 20 หลาแล้วซัดเปรี้ยงไปเลยแต่ก็ยังโดนสองกองหลังยูไนเต็ดพุ่งเข้ามาบล็อคเอาไว้ได้
              อีกไม่กี่นาทีต่อมาสมอลลิ่งส่งบอลพลาดไปเข้าเท้าของ"หม่อมกัด"ลากขึ้นมาก่อนจัดสินใจยิงเองไปแฉลบกองหลังของยูไนเต็ดออกหลังไป
              ยูไนเต็ดพลาดโอกาสงามบ้างเมื่อได้ลูกโต้กลับมาจากเด เคอาเลยชิชาริโต้จับบอลลงได้ก่อนไหลไปให้คากาวะที่ต่อบอลมาถึงนานี่หน้าปากประตูแต่จังหวะยิงปีกอาบังกลับทำไม่ดีเหินข้ามคานออกไปชนิดที่มอยส์ต้องโวย
              นาทีที่ 63 คากาวะโชว์สเต็ปพลิกบอลหนีลูคัสตรงกลางสนามก่อนลากจี้เข้าหากองหลังของลิเวอร์พูลแล้วตะบันด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อบอลผ่านมือของมิโญเล่ต์ไปแล้วแต่เช็ดคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น
              เกมมาถึงช่วง 20 นาทีสุดท้าย"หงส์แดง"ได้เตะมุมทางฝั่งซ้ายกองหลังของยูไนเต็ดเคลียร์ไม่ขาดบอลมาเข้าเท้าของซัวเรซจับบอลลงหนึ่งจังหวะและพลิกหลบกองหลังเจ้าถิ่นก่อนยิงด้วยซ้ายทันทีทว่าบิดไม่พอบอลไปเข้าข้างตาข่าย
              ลิเวอร์พูลน่าได้ประตูตีเสมออย่างที่สุดเมื่อเจอร์ราร์ดตักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่สมอลลิ่งสกัดทิ้งเอ็นริเก้ตามมาเก็บตกปาดกลับมาตรงกลางเป็นโมเซสที่ทิ้งตัวตอร์ปิโดบกโขกเต็มๆทว่าเด เคอายังปัดเอาไว้ได้
              "หม่อมกัด"เกือบตีเสมอให้ทีมได้อีกแล้วโดยฟรีคิกจากบริเวณนอกกรอบเขตโทษด้านซ้ายของเขาไปแฉลบกำแพงก่อนนิดนึงแล้วพุ่งไปชนคานดังสนั่นก่อนออกหลังไปและจังหวะเตะมุมต่อเนื่องก็ไม่มีอะไร
              รูนี่ย์หวิดยิงฟรีคิกเข้าอีกเกมแล้วเมื่อได้ปั่นนอกกรอบเขตโทษด้านขวาระยะ 20 หลาแต่มิโญเล่ต์ไม่ยอมให้พลาดพุ่งไปปัดทิ้งออกหลังไปและจังหวะต่อเนื่องยูไนเต็ดเตะมุมสั้นรูนี่ย์ลากบอลเข้ามายิงเองก็ยังโดนนายด่านเบลเยี่ยมปัดทิ้งไปได้อีกครั้ง
              ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุมเล่นสั้นมาให้เจอร์ราร์ดตั้งป้อมยิงไกลเข้ามาตรงเสาแรกทว่าเด เคอาก็ยังเซฟเอาไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
              ถัดมาไม่นานซัวเรซไปแย่งบอลมาจากโจนส์ได้ทางริมเส้นด้านขวาก่อนลากเข้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ตูเร่ที่เติมขึ้นมายิงก่อนที่จะไปโดนสเตอร์ริดจในจังหวะสุดท้ายออกไป
              ท้ายที่สุดแล้ว"หงส์แดง"ก็ไม่สามารถตีเสมอได้ทำให้ต้องจอดป้ายไปในรอบนี้ส่วน"ปีศาจแดง"เดินหน้าเข้ารอบ 4 ยังมีลุ้นครบทุกถ้วยต่อไป
              รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม :
              แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา 5, ราฟาเอล 7, จอนนี่ อีแวนส์ 7, คริส สมอลลิ่ง 7, อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ 6, ฟิล โจนส์ 6 , ไรอัน กิ๊กส์ 6 , นานี่ 5 (แดนนี่ เวลเบ็ค น. 90+1), ชินจิ คากาวะ 5(อั๊ดนาน ยานูไซจ์ น. 74), ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 7  (ไมเคิ่ล คาร์ริค น. 74), เวย์น รูนี่ย์ 8*
              ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : เบน อามอส, ฟาบิโอ, อันเดอร์สัน, วิลเฟร็ด ซาฮา
              ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์ 7, โคโล่ ตูเร่ 6 , มามาดู ซาโก้ 5, มาร์ติน สเคอร์เทล 6, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 6, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 6, ลูคัส เลว่า 5  (มาร์ติน เคลลี่ น. 68), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5, วิคเตอร์ โมเซส 5(ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น. 82), ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 4, หลุยส์ ซัวเรซ 7
              ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : แบรด โจนส์, อันเดร วิสดอม, หลุยส์ อัลเบร์โต้, จอร์ดอน ไอบ์, เอียโก้ อาสปาส YNWA
 
ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson
 

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

About Why I love Liverpool YNWA



  • สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล
  • สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง 



  • สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษLiverpool Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองลิเวอร์พูล มณฑลเมอร์ซีไซด์ ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษครองแชมป์ดิวิชัน 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพ 3 ครั้ง ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 3 ครั้ง และฟุตบอลลีกคัพซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลภายในประเทศอังกฤษ อีก 8 ครั้ง
    ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในปีต่อมา ลิเวอร์พูลใช้สนามแอนฟิลด์ตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์คือช่วงทศวรรษ 1970 - 1980 เมื่อบิลล์ แชงคลีและบ็อบ เพลสลี่ย์นำทีมเข้าร่วมแข่งขันใน 7 ลีกส์และคว้าถ้วยรางวัลยูโรเปียน 7 ใบ
    ผูสนับสนุนของสโมสรได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมที่สำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกที่โศกนาฏกรรมเฮย์เซลเมื่อปี ค.ศ. 1985 แฟนฟุตบอลทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันส่งผลให้อัฒจันทร์พังลงมา มีผู้เสียชีวิต 39 คน เป็นชาวอิตาลีแฟนบอลยูเวนตุส 32 คน, เบลเยียม 4 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, และไอร์แลนด์ 1 คน และส่งผลให้ลิเวอร์พูลถูกสโมสรฟุตบอลยุโรปแบนเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในปี ค.ศ. 1989 เกิดภัยพิบัติฮิลส์โบโร แฟนบอลของลิเวอร์พูล 96 คนเสียชีวิตเนื่องจากมีคนแออัดเข้ามาชมเกมมากเกินความจุจึงทำให้อัฒจันทร์ยืนได้พังลงมา
    ลิเวอร์พูลมีการแข่งขันที่ยาวนานกับสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง เอฟเวอร์ตันและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลเปลี่ยนจากเสื้อสีแดงและกางเกงขาสั้นสีขาวเป็นสีแดงเต็มตัวเมื่อเล่นเป็นทีมเหย้านปี ค.ศ.1964 มีฉายาในภาษาไทยว่า "หงส์แดง" พร้อมด้วยคำขวัญ "You'll Never Walk Alone"
    ทีมหงส์แดงผมเชียร์ตั้งแต่ยุค Hyypia เล่นเป็นCB ยุคที่หงส์แดงได้ถ้วยยุโรปใบที่5นั้นคือถ้วยUCLสมัยที่F.Torres เข้าฟอร์มสุดๆ ผมชอบทีมนี้มานานมาก ถึงทีมจะแพ้ผมก็จะเชียร์ต่อไปแต่หวังว่าในชั่วชีวิตผมหงส์แดงจะได้ถ้วยEPLสักครั้ง:D YNWA

    Liverpool's News :Luiz Suarez is ready to play against Man Utd in Capital 1st cup

    เร้ดอาร์มี่จืด! บีร็อดบอกพี่เหยินฟิตพร้อมส่งผีลงหลุมจ้า
     
    เร้ดอาร์มี่จืด! บีร็อดบอกพี่เหยินฟิตพร้อมส่งผีลงหลุมจ้า
     
                 งานนี้สาวก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด หน้าจืดกันไปตามๆ กัน เมื่อ เบรนดัน ร็อดเจอร์ส บอสตาหวานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลเผยว่า หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงตัวเก่งนั้นมีสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับลงทำศึกแดงเดือดในสัปดาห์หน้าแน่

                 ซัวเรซนั้นโดนแบนสิบเกมต่อเนื่องมาจากฤดูกาลก่อน และจะพ้นโทษแบนกลับมาในเกมที่พบกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกแคปปิตอล วัน คัพ พอดี ซึ่งหลายคนไม่ว่าจะเป็นแฟนๆ หงส์แดง หรือ ผีแดงที่แอบลุ้นอยู่ก็ตั้งคำถามถึงเรื่องความฟิตของแข้งรายนี้

                 อย่างไรก็ตาม บีร็อด เองเหมือนรู้ว่าทุกคนสนใจความฟิตของซัวเรซ ก็ได้ออกมาเคลียร์แล้วว่าหอกรายนี้ลงได้สบายๆ รวมถึงมีการซักซ้อมความเข้าใจในเรื่องของแท็กติกด้วย

                 "ไอเดียคือเรามองว่าช่วงเวลาที่เขาหายไปและกลับมาจะต้องไม่มีรอยต่อนะ" บอสหงส์กล่าว

                 "แน่นอน มันอาจจะมีช่วงเวลาปรับอะไรบ้างสำหรับเขา แต่ผมก็เฝ้ารอที่ได้เขากลับมาอยู่"

                 "เขาทำงานหนักในช่วงของการซ้อม เขาได้ซ้อมพิเศษทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขาเองและตำแหน่งในการเล่น เขาทำให้ตัวเองฟิตอยู่ตลอดเท่าที่จะเป็นไปได้ และผมก็เฝ้ารอที่จะเห็นสิ่งเหล่านั้นในสนาม"

                 "การลงสนามของเขาเป็นบางสิ่งที่จะถูกนำมาพิจารณาแน่นอน"
     
    ข่าวจาก Tribalfootball
    เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th
     

    Barclays Premier Leauge :Liverpool 2-2 Swansea city


    กลับจ่าฝูง แม้จะออกไปเสมอหงส์ขาว 2-2


    Swansea 2-2 Liverpoolเกมส์พรีเมียร์ลีกนัดที่ 4 ทีมเราLiverpool ต้องออกไปเยือน Swanseaเกมส์นี้เราได้ โมเสส ลงนัดแรก ขณะที่ซาโก้ ลงเป็นกองหลังแทนตูเร่ เกมส์ครึ่งแรกเริ่มมาแค่ไม่ถึง 2 นาทีเราก็โดนนำแล้ว จากเชลวี่ย์ นักเตะเก่าเราเอง ลากเข้าไปยิง แต่แค่ 2 นาทีต่อมาเชลวี่ย์ก็ทำพลาดส่งคืนหลังไม่ดี เจอสเตอร์ริดจ์ฉกไปยิงไล่มาเป็น 1-1 ตั้งแต่นาทีที่ 4 หลังจากนั้นเกมส์เรายังเหนือกว่า มีลุ้นเป็นระยะ ทั้งลูกเปิดของโมเสส ที่เปิดให้ สเตอร์ริดจ์ได้โหม่งเหน่ง ๆ แต่โดนเซฟไปได้ ก่อนที่โมเสส ที่วันนี้ลงมาก็มีส่วนกับเกมส์เยอะ และจากความผิดพลาดในแดนกลางของเชลวี่ย์ ทำให้โมเสสฉกบอลกลางสนามแล้วขึ้นมายิงได้ให้ลิเวอร์พูลนำ 2-1 และ เป็นสกอร์ในครึ่งแรกที่ สวอนซี 1-2 ลิเวอร์พูล

    ครึ่งหลังเราก็ยังลงมาเล่นได้ดี แต่เราต้องมาเสีย คูตินโญ ที่เจ็บ หลังจากนั้นเกมส์เราก็เริ่มเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด เป็นฝ่ายสวอนซีมีลุ้นตลอด หลังก็เริ่มรวน และก็โดนจนได้ เมื่อ เชลวี่ย์คนเดิม โหม่งเช็ดให้ มิชู หลุดไปยิงให้ สวอนซี ไล่มาตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 64 เกมส์เราเปลี่ยน ตูเร่ ลงมาแทนวิสดอม และ ส่งสเตอร์ลิ่งลงมา แต่ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรมาก แม้เกมส์รับจะดีขึ้น แต่เเกมส์ที่จะกดดันสวอนซีเราก็ยังทำไม่ได้ ช่วงทดเวลาเราก็มีลุ้นในนาทีสุดท้าย แต่ก็ไม่ได้อะไร จบเกมส์ Swansea 2-2 Liverpool แบ่งคนละแต้ม และเราก็กลับมาเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม มี 10 แต้ม จาก 4 นัด
    Credits :The kop in Thailand

    วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

    Liverpool's News :Simon Mignolet's opinion about Liverpool's game

    มิโญเล่ต์พอใจฟอร์มกับหงส์-รับเสียดายโดนหงส์ขาวเจาะ
     
    มิโญเล่ต์พอใจฟอร์มกับหงส์-รับเสียดายโดนหงส์ขาวเจาะ
     
                 ซิมง มิโญเล่ต์ นายทวารเลือดเบลเจี้ยนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พอใจฟอร์มโดยรวมของตัวเองนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์

                 มิโญเล่ต์ที่ย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้นเก็บคลีนชีตได้ 3 นัดในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะมาเสีย 2 ประตูในเกมที่เสมอกับสวอนซี 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำเจ้าตัวเสียดายเหมือนกัน

                 "ในฐานะผู้รักษาประตู คุณย่อมต้องการเก็บคลีนชีตให้มากที่สุด" มิโญเล่ต์กล่าว

                 "ผมทำมันได้ในสามแรกแรก แต่พวกเราเสียประตูเร็วไปหน่อยในเกมกับสวอนซี"
     
    ข่าวจาก Tribalfootball
    เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th
     

    Liverpool's News :Coutinho is injured

    หงส์งานงอก! ''คูตินโญ่'' ไหล่เดี้ยงพักยาวถึงสิ้น ต.ค.
     
    หงส์งานงอก! ''คูตินโญ่'' ไหล่เดี้ยงพักยาวถึงสิ้น ต.ค.
     
               "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลประกาศข่าวร้ายให้สาวกทำใจกันล่วงหน้าโดยฟิลิปเป้ คูตินโญ่เพลย์เมคเกอร์แซมบ้าจะต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บยาวจนถึงสิ้นเดือนต.ค.นี้

                ดาวเตะทีมชาติบราซิลจะเข้ารับกระบวนการรักษาหัวไหล่ที่เขามีอาการบาดเจ็บระหว่างเกมเสมอสวอนซี ซิตี้ 2-2 ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม

                คูตินโญ่ต้องออกจากสนามระหว่างครึ่งหลังภายหลังจากเข้าปะทะอย่างหนักกับแอชลี่ย์ วิลเลี่ยมส์ก่อนตกลงมาเอาไหล่กระแทกพื้น

                ภายหลังจากที่ทีมแพทย์ของสโมสรตรวจดูนั้นมีการตัดสินใจว่าคูตินโญ่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อต่อหัวไหล่ของเขาซึ่งน่าจะกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ 
     
    ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson
    Credits: Liverpool In Thailand

    Liverpool's News :New player for Liverpool (Victor Moses: Loaned from Chelsea)

    อนาคตใส! โมเซสปลื้มประเดิมเม็ดแรกเกมเปิดซิงกับหงส์
     
    อนาคตใส! โมเซสปลื้มประเดิมเม็ดแรกเกมเปิดซิงกับหงส์
     
                 วิกเตอร์ โมเซส ว่าที่แข้งขวัญใจคนใหม่แห่งถิ่นแอนฟิลด์สุดปลื้มที่สามารถพังประตูแรกให้กับทีมได้เลยในเกมแรกที่ได้ประเดิมสนาม

                 ดาวเตะวัย 22 ปีได้รับโอกาสลงสนามให้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลเป็นนัดแรกหลังจากย้ายมาจากเชลซีแบบยืมตัว และเพียงนัดแรกเจ้าตัวก็สามารถซัดประตูให้ทีมใหม่ได้เลยในเกมที่เสมอกับ สวอนซี 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

                 "มันเยี่ยมเสมอที่ทำประตูได้" แข้งทีมชาติไนจีเรียที่ในวันนี้ออกสตาร์ทในบทบาทปีกซ้ายกล่าว "มันเป็นประตูที่ยอดเยี่ยมสำหรับผมด้วย"

                 "พวกเขาทำพลาดกลางสนาม (เชลวีย์จ่ายเสีย) ผมได้บอลและก็ตัดเข้ากลาง ผมเงยหน้ามองผู้รักษาประตู ผมมองไปทางเสาไกลขวาของผม แต่ผมเลือกยิงไปที่เสาแรก"

                 "มันเป็นประตูแรกของผมกับลิเวอร์พูล การได้ลงสนามอีกครั้งมันทำให้ผมรู้สึกสนุกมาก นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับผมเลย เกมนี้เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเรา และเราก็พอใจกับผลการแข่งขัน"

                 "ผมคิดว่าผลการแข่งขันในนัดนี้ยุติธรรมดีแล้วนะ เราน่าจะได้สามคะแนนเต็ม แต่มันก็ไม่ใช่เกมที่ง่ายเลยในการมาเยือนที่ลิเบอร์ตี้ พวกเรารู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเกมที่ยาก ดังนั้นผลที่ออกมาจึงน่าพอใจ"

                 โมเซสยังได้พูดถึงตำแหน่งการเล่นของตัวเองในวันนี้ด้วย

                 "ผมมักได้เล่นทางซ้ายเสมอ และวันนี้ก็เป็นอีกครั้ง ผมสามารถเล่นได้ทุกที่ที่ผู้จัดการทีมอยากให้ผมเล่น"

                 "ทุกคนในแดนหน้าทำผลงานได้ดีในเวลานี้ พวกเรายังไม่แพ้ใคร ดังนั้นพวกเราต้องรักษาสิ่งนี้เอาไว้ และ พยายามเก็บชัยชนะให้ต่อเนื่องที่สุด"
                  ดูประตูของโมเซสที่นี่ >> http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=651.0
     
    ข่าวจาก http://nesn.com
    เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th
     

    วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

    Liverpool's News :Luiz Suarez scored two goals for Uruguay

    แลดูเก็บกด! หม่อมเหยินซัดเบิ้ลนำจอมโหดเฉือนเปรู
    แลดูเก็บกด! หม่อมเหยินซัดเบิ้ลนำจอมโหดเฉือนเปรู
     หลังจากติดโทษแบนทำให้ไม่สามารถลงช่วยลิเวอร์พูลได้สำหรับหม่อมเหยิน เจ้าตัวลงไปเล่นให้กับทีมชาติอุรุกวัย ในศึกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่จะมีขึ้นในบราซิล โซนแอฟรีกาใต้ โดยรายละเอียดดังนี้<3     
      ข้ามฟากไปแดนละตินกันบ้าง หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเจ้าปัญหาของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลฝีเท้ายังเฉียบคมแม้ในเกมลีกไม่ได้ลงสนาม เมื่อล่าสุดเหมาซัดคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ทีมชาติอุรุกวัยเอาชนะเปรู 2-1 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ผ่านมา

                 ซัวเรซนั้นสามารถลงเล่นให้ทีมชาติได้เพราะโทษแบนที่เขารับนั้นมีผลเฉพาะเกมในลีกเมืองผู้ดีเท่านั้น

                 และเหมือนเก็บกด เมื่อมาปลดปล่อยเบิ้ลใส่เปรูกันเลยทีเดียว โดยลูกแรกนั้น ซัวเรซ ยิงได้จากจุดโทษในช่วงก่อนครึ่งแรก ก่อนที่จะมาซัดประตูที่สองในครึ่งเวลาหลังจากลูกยิงไกล

                 เปรูไล่ตีไข่แตกจาก เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน กองหน้าตัวเก่ง แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

                 ชัยชนะของอุรุกวัยในนัดนี้ทำให้พวกเขายังมีลุ้นที่จะทำอันดับไปเล่นเพลย์ออฟกับทีมในโซนเอเชีย เพื่อหาโควต้าอีกหนึ่งทีมไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล

                 โดยในโซนอเมริกาใต้นั้นจะได้ผ่านเข้ารอบอัตโนมัติ 4 ทีม ส่วนทีมที่ 5 ที่อุรุกวัยอยู่เหนือ เวเนซูเอล่า อันดับ 6 ในเวลานี้นั้นจะต้องไปเพลย์ออฟกับไม่ จอร์แดน ก็ อุซเบกิสถาน นั่นเอง
    ข่าวจาก http://sports.ndtv.com
    เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th
    YNWA

    วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

    Barclays Premier Leauge: Liverpool - Man Utd(opinion)

    อ้าว!!!ก็จบลงไปแล้วสำหรับแดงเดือดนัดแรกโดยที่หงส์แดงกำชัยไปได้1-0 โดยการโหม่งประตูตั้งแต่นาทีที่4 ของดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งวันนี้เป็นวันเกิดครบ24ปีของเขา

    โดยการได้รับชัยชนะครั้งนี้ทำให้ยอดทีมหงส์แดงขึ้นไปรั้งอันดับ1(ชั่วคราว)ก่อนที่ทีมตราไก่จะลงเตะกับปืนใหญ่22.00น.
    รายชื่อ11ตัวจริง
    11 ตัวจริง: มินโญเลต์, เอนริเก้, แอ็กเกอร์, สเคอร์เทล, จอห์นสัน, ลูคัส, เฮนเดอร์สัน, เจอร์ราร์ด, คูตินโญ่, อัสปาส และสเตอร์ริดจ์
    สำรอง: โจนส์, สเตอร์ลิง, วิสดอม, เคลลี, ไอบ์, ฟลานาแกน และอัลเบร์โต้
    หงส์แดงจะต้องพบกับแมนยูในศึกFA cup ในเดือนสิงหาคมนี้ ต้องลุ้นกันต่อครับ
    YNWA

    วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    Capital 1 Cup 2nd Round:Liverpool - Notts County

    แคปิดอล วัน คัพ รอบสอง : ลิเวอร์พูล 4 - 2 น็อตต์ส เคาน์ตี้
    แคปิดอล วัน คัพ รอบสอง : ลิเวอร์พูล 4 - 2 น็อตต์ส เคาน์ตี้
                "หงส์แดง"ลิเวอร์พูลชำระบาปจากการไม่ได้เล่นบอลยุโรปต้องถ่อสังขารเตะแคปิตอล วัน คัพรอบ 2 เกือบเอาตัวไม่รอดต้องเล่นต่อเวลานอนก็ไม่ได้นอนถึงเช็กบิลน็อตต์ส เคาน์ตี้ทีมจากลีกวันหืดปูดคอ 4-2 แถมสังเวยทั้งอาลี ซิสโซโก้, โจ อัลเลนและโคโล่ ตูเร่ที่ได้รับบาดเจ็บอีกต่างหาก
                แคปิดอล วัน คัพ รอบสอง
                 วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2556

                ลิเวอร์พูล 4-2 น็อตต์ส เคาน์ตี้  (เสมอกันในเวลาปกติ 2-2)
                สนาม : 
    แอนฟิลด์
                ประตู : 
    1-0 ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, 2-0 ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น. 29, 2-1 โยอัน อาร์กแวง น. 62, 2-2 อดัม คูมเบส น. 84, 3-2 ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ น. 105+3, 4-2 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น. 110  
                คลิปประตูของลิเวอร์พูล >>http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=609.0

                "หงส์แดง"ลิเวอร์พูลจัดทัพนักเตะชุดเกือบใหญ่ลงสนามเหมือนอย่างที่เบรนแดน ร็อดเจอร์สได้บอกเอาไว้โดยส่งนักเตะดาวรุ่งลงสนามมาสัมผัสเกมบ้าง 2-3 ราย
                นัดนี้อาลี ซิสโซโก้ได้ลงสนามประเดิมตัวจริงนัดแรกส่วนอันเดร วิสดอมก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในแผงหลังร่วมกับโคโล่ ตูเร่และเกล็น จอห์นสันเช่นกัน
                กองกลางมีโจ อัลเลนได้ลงมาแทนลูคัส เลว่าส่วนหลุยส์ อัลเบร์โต้เสียตำแหน่งของจอร์แดน เฮนเดอร์สันขณะที่สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดยังเป็นแกนหลักเหมือนเดิม
                ส่วนตำแหน่งปีกทั้งสองข้างวันนี้เป็นหน้าที่ของราฮีม สเตอร์ลิ่งและจอร์ดอน ไอบ์สองดาวรุ่งตัวจิ๊ดคอยทำเกมให้ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ที่เป็นตัวจริงต่อยืนค้ำหน้า
                ครึ่งแรก
                เพียงแค่นาทีที่ 4 เท่านั้นแฟนบอลเจ้าถิ่นได้เฮก่อนเลยเมื่อสเตอร์ลิ่งได้บอลจากบริเวณกลางสนามก่อนลากเดี่ยวทะลุกองหลังของน็อตต์ส เคาน์ตี้ไปเลย 2-3 คนเข้าถึงกรอบเขตโทษแล้วยิงสวนตัวของโกลเข้าไปอย่างง่ายดาย
                นาทีที่ 10 เบรนแดน ร็อดเจอร์สต้องตัดสินใจเปลี่ยนดาเนี่ยล แอกเกอร์ลงสนามมาเนื่องจากอาลี ซิสโซโก้ดาวเตะคนใหม่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

                ลาบาดี้เกือบตีเสมอให้ทีมเยือนเมื่อได้ยิงฟรีคิกระยะราว 20 หลาลาบาดี้วิ่งเข้ามาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลทะลกำแพงไปแล้วแต่มิโญเล่ต์ยังล้มตัวเซฟเอาไว้ได้
                นาทีที่ 19 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษหัวขิงเปิดบอลเข้าไปกลางประตูตรงจุดนัดหมายให้แอกเกอร์ได้โขกที่เสาแรกแต่บอลไปชนโคนเสาสองเสียอย่างนั้นพลาดได้ประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย
                สเตอร์ลิ่งวันนี้เล่นได้คึกเหลือเกินโดยเขาพยายามแย่งบอลมาจากนักเตะของน็อตต์ส เคาน์ตี้ได้ก่อนลากบอลมาถึงระยะทำการ 25 หลาแล้วยิงเปรี้ยงเลยแต่บอลเหินข้ามคานออกไป
                และแล้ว"หงส์แดง"ก็มาได้ประตูที่สองจนได้โดยเจอร์ราร์ดแทงบอลแบบสุดแม่นยำจากตรงกลางสนามให้สเตอร์ริดจ์หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วกดเปรี้ยงด้วยอีซ้ายข้างถนัดเข้าไปทางเสาไกลไม่เหลือซากนับเป็นประตูที่สามของเขาในฤดูกาลนี้ด้วย
                เจ้าบ้านเกือบได้ประตูที่สามเลยจากจังหวะเตะมุมด้านขวาเจอร์ราร์ดเปิดเข้ามาตรงกลางประตูเป็นแอกเกอร์พุ่งขึ้นมาโขกเต็มหัวบอลพุ่งแรงตรงกรอบทว่าเบียลคอฟสกี้ยังโชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกไปได้มือเดียว
                เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกแล้วเจ้าถิ่นยังเดินหน้าบุกแบบไม่ยอมหมดเรี่ยวหมดแรงคราวนี้เป็นคราวของอัลเลนที่ได้บอลตั้งแต่กลางสนามก่อนลากมายิงเองหน้าปากประตูแต่บอลไปเข้าซองของเบียลคอฟสกี้
                ลิเวอร์พูลเกือบมาได้ลูกที่จุดโทษเมื่อไอบ์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วแต่โดนนักเตะของน็อตต์ส เคาน์ตี้ชนจากด้านหลังล้มลงชัดเจนทว่ากรรมการไม่ยอมเป่าให้เป็นการฟาวล์
                "หงส์แดง"น่าได้ประตูอีกเหลือเกินเมื่อสเตอร์ลิ่งได้บอลในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนรอให้เจอร์ราร์ดเติมขึ้นมาแล้วส่งให้กัปตันหัวขิงลากต่อไปยิงยัดเสาแรกแต่บอลดันไปโดนเสากระดอนออกมาเสียอย่างนั้น
                ครึ่งหลัง
                ใบเหลืองแรกของเกมมาจนได้ในช่วงต้นครึ่งแรกโดยแคมป์เบลล์-ไรซ์เข้าไปเสียบด้านของของสเตอร์ลิ่งทำให้โดนจดชื่อไปเรียบร้อยหลังจากที่เคยรอดตัวตอนเล่นงานซิสโซโก้จนเล่นต่อไม่ไหวมาแล้ว

                เจอร์ราร์ดแทงบอลไปได้สวยเลยให้อัลเบร์โต้ในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่ดาวเตะสเปนดันจับบอลไม่ดีทำให้ไม่ได้โอกาสยิง
                จังหวะต่อมาอัลเบร์โต้แทงบอลไปให้สเตอร์ริดจ์พลิกบอลหลบกองหลังก่อนที่จะโดนขัดขาล้มไปในกรอบเขตโทษทว่าไม่มีเสียงนกหวีดจากกรรมการอีกครั้ง
                น็อตต์ส เคาน์ตี้เคลียร์บอลทิ้งไม่ดีทำให้ไปเข้าเท้าของจอห์นสันที่เติมขึ้นมาริมเส้นด้านซ้ายก่อนลากตัดมาตรงกลางแล้วอัดด้วยเท้าซ้ายทว่าบอลยังไปเข้าซองของเบียลคอฟสกี้ที่เซฟไว้ได้ไม่ลำบาก
                ลิเวอร์พูลมาเสียประตูจนได้เมื่อน็อตต์สฯได้ลูกฟรีคิกก่อนเปิดไปให้แคมป์เบลล์-ไรซ์โขกตั้งมาให้อาร์กแวงที่ยืนอยู่โล่งๆหน้าปากประตูและน่าจะล้ำหน้านิดๆโขกผ่านมิโญเล่ต์เข้าไปแบบที่ต้องโทษกองหลังเลยว่าประกบตัวไม่ดี
                ในจังหวะถัดมานี้โจ อัลเลนมีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ได้ทำให้ร็อดเจอร์สต้องส่งเฮนเดอร์สันลงสนามมาแทน
                "หงส์แดง"น่าไดประตูที่สามอีกแล้วเมื่อเจอร์ราร์ดตั้งป้อมเปิดจากริมเส้นด้านขวาไปให้โคโล่ ตูเร่ยิงแปๆไม่ค่อยถนัดบอลกลับไปชนเสาใกล้แล้วค่อยๆออกหลังไปอย่างน่าเสียดายชนิดเจ้าตัวออกอาการเซ็งทีเดียว
                เจ้าบ้านพยายามจะเอาประตูที่สามให้ได้โดยเจอร์ราร์ดอีกแล้วที่พยายามเปิดบอลจากกลางสนามให้สเตอร์ริดจ์ที่อยู่ในกรอบเขตโทษด้านขวาตั้งหัวโขกแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบหลุดเสาแรกออกไป
                นาทีที่ 84 ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอเสียอย่างนั้นจากจังหวะขึ้นเกมทางกราบขวาก่อนเปิดมาตรงเสาสองให้อดัม คูมเบสตัวสำรองที่อยู่ตรงเสาไกลวิ่งมายิงด้วยเท้าขวาเข้าไปกองก้นตาข่ายเลย
                "หงส์แดง"พยายามเดินหน้ายิงประตูขึ้นนำโดยคราวนี้เป็นทีของแอกเกอร์ที่พยายามส่องไกลแต่ก็โดนบล็อคออกหลังไปแบบได้ลุ้นอยู่เหมือนกัน
                ช่วงทดเวลาบาดเจ็บลิเวอร์พูลก็น่าจะได้เหมือนกันเมื่อสเตอร์ริดจ์ได้บอลทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแล้วแต่รีบร้อนเกินไปพยายามชิบบอลให้ข้ามหัวประตูแต่ไปตกหลังคาน
                ยังไม่จบแค่นั้นจอห์นสันพยายามเปิดเกมบุกขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายก่อนไหลบอลเข้ากลางมาให้สเตอร์ลิ่งได้ยิงเหน่งๆตรงกลางประตูแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบอยู่ดี

                ต่อเวลาพิเศษ
                น็อตต์ส เคาน์ตี้เกือบจะได้ประตูขึ้นนำเป็นครั้งแรกจากจังหวะฟรีคิกที่เปิดมาตรงเสาสองมีผู้เล่นของทีมเยือนยืนอยู่ก่อนยิงยัดเข้าไปแต่มิโญเล่ต์ยังผวาออกมาเซฟช่วย"หงส์แดง"เอาไว้ได้
                ลิเวอร์พูลโต้กลับมาเหมือนกันโดยบอลมาถึงสเตอร์ริดจ์ครองบอลรอเวลาแล้วผ่านไปให้คูตินโญ่ที่เติมขึ้นมาหลุดไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนพยายามยิงแต่บอลไปติดเซฟของเบียลคอฟสกี้
                "หงส์แดง"ทำท่าจะแย่เสียแล้วเมื่อต้องเสียนักเตะจากเกมนี้ไปเป็นรายที่สามโดยโคโล่ ตูเร่มีอาการเจ็บโคนขาหนีบเองก่อนล้มลงไปนอนกับพื้นทำให้ไม่สามารถเล่นต่อไหวต้องหามเปลออกมาเลยซึ่งลิเวอร์พูลต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนจนจบเกมเพราะเปลี่ยนตัวครบไปแล้ว
                ช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากที่สะเสียจุดโทษ"หงส์แดง"มาได้ประตูที่ต้องการขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะโต้กลับเล่นกันสองคนจากคูตินโญ่กลางสนามจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงอัดเข้ามาตรงกลางเบียลคอฟสกี้ทิ้งตัวปัดไม่อยู่ทำให้บอลค่อยๆกลิ้งข้ามเส้นไป
                เปิดครึ่งหลังของช่วงต่อเวลาพิเศษไม่นานลิเวอร์พูลมาได้ประตูอีกโดยสเตอร์ริดจ์บังบอลแล้วจ่ายให้เฮนเดอร์สันเตะบอลลอดขาลิดเดิ้ลจากกลางสนามก่อนเข้าไปดวลเดี่ยวกับเบียลคอฟสกี้แล้วแปเข้ามุมอย่างใจเย็น
                ด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่าทำให้ตอนนี้ลิเวอร์พูลเน้นครองบอลแน่นอนเป็นส่วนใหญ่ส่วนน็อตต์ส เคาน์ตี้ก็ดูเหมือนจะถอดใจไปแล้วก่อนจบด้วยสกอร์ 4-2 เจ้าบ้านผ่านเข้ารอบแบบหืดจับจริงๆ
                รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม :
                ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์ 6, เกล็น จอห์นสัน 6, โคโล่ ตูเร่ 7, อาลี ซิสโซโก้ -(ดาเนี่ยล แอกเกอร์ น. 10,7), อันเดร วิสดอม 4 , หลุยส์ อัลเบร์โต้ 5(ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น. 72,6), สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 7, โจ อัลเลน 7(จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6 น. 65), ราฮีม สเตอร์ลิ่ง  , จอร์ดอน ไอบ์ 5, ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 8 *
                ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : แบรด โจนส์, ลูคัส เลว่า, เอียโก้ อาสปาส, ฟาบิโอ บอรินี่
                น็อตต์ส เคาน์ตี้ : บาร์ตอส เบียลคอฟสกี้ 4, มุสตาฟา ดัมบูย่า 4, แกรี่ ลิดเดิ้ล 7, เอ็มมานูเอลเล่ สมิธ 4, เอ็นดา สตีเฟ่นส์ 6, ดาวิด เบลล์ 5(อดัม คูมเบส  น. 82), ยอส ลาบาดี้ 6, จามาล แคมป์เบลล์-ไรซ์ 4 (เคอร์ติส ธอมป์สัน น. 69,5), มาร์ค โฟเธอริงแฮม 5(อังเดร บูคอด น. 79,6), คัลลั่ม แม็คเกรเกอร์ 5, โยอัน อาร์กแวง

                ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : ฟาเบียน สไปสส์, เกร็ก เท็มเปสต์, อดัม ฟิลิป, โรนัน เมอร์เรย์, โรเมลโล่ นานเเกล
    ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson
    Credits:Liverpool In Thailand
    ถึงแนวรับเกมนี้จะไม่ดีนักแต่ ทีมบุกก็ไม่ทำให้ผิดหวังยังสามารถเก็บชัยชนะเข้ารอบต่อไป YNWA

    วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    Barclays Premeir Leauge :Liverpool - Stoke City

    วันที่ 25/8/56
    พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต้ค ซิตี้
    พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล 1 - 0 สโต้ค ซิตี้
                "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลเลือดแทบกระอักหลังถูกแอสตัน วิลล่าพับสนามครึ่งหลังยังดีเอาอยู่ทำให้ประตูโทนนาที 21 ของดาเนี่ยล สเตอร์ริจด์เป็นลูกนำชัย 1-0 ส่งให้ลูกทีมเบรแดน ร็อดเจอร์สชนะรวด 2 นัดนำจ่าฝูงร่วมกับเชลซีเป็นรองแค่ประตูได้เสีย

    พรีเมียร์ลีก
    วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 
    ประตู : 0-1 สเตอร์ริดจ์ น.21
    คลิปไฮไลท์ >> http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=596.0
    ประมวลภาพการแข่งขัน >> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.627387920628357.1073741834.165028736864280&type=3&uploaded=44

                "หงส์แดง" วันนี้ยังใช้ชุดเดิมที่เอาชนะสโต๊คนัดเปิดสนามมาแต่มีชื่ออาลี ซิสโซโก้แบ็คซ้ายตัวใหม่ส่วนแอสตัน วิลล่าช่วงนี้ลงถี่ได้เล่นในบ้านนัดแรกและมี 2 ตัวอันตรายอย่างเบนเทเก้และกาเบรียล อักบอนลาฮอร์เช่นเดิม

                นาทีที่ 3 โอกาสเสียวหนแรกมาถึงเมื่อเฮนโด้เก็บตกบอลได้ตรงระยะ 30 หลาแล้วแทงบอลให้อาสปาสปลุดทะลุไปตรงริมกรอบเขตโทษฝั่งขวาก่อนตบเข้ามาที่จุดนัดพบ 6 หลาแต่สเตอร์ริดจ์เข้าไม่ทันถูกกูซานล้มตัวตระครุบเอาไว้ได้ก่อนนิดเดียว

                 เกมช่วงต้น"หงส์แดง"เป็นฝ่ายเคาะบอลไปมาส่วนวิลล่าใช้วิธีไล่บีบตัวต่อตัวทำให้จังหวะเข้าทำประตูยังแทบไม่มีอะไรเลยเพราะยังเป็นบอลทันกันจนผ่านมา 10 กว่านาทีแล้ว

                นาที 16 เอ็นริเก้สวมบทคูโบต้าไถบังบอลกับตัวประกบมาทางปีกซ้ายก่อนใช้ความเจนจัดเอาชนะแล้วพาไปถึงริมเขตโทษก่อนตอกส้นให้คูตินโญ่มาสานต่อปั่นไซด์โป้งบอลข้ามคานออกไปเยอะ

                และแล้วนาที 21 "หงส์แดง"มาขึ้นนำจนได้จากทีมเวิร์คอันสุดยอดจากจังหวะที่เอ็นริเก้ผ่านบอลเลียดจากปีกซ้ายมาที่หัวกระโหลกแล้วคูตินโญ่โชว์เซนส์ทำท่าจะเล่นแต่ปล่อยบอลเลยไปเข้าทางสเตอร์ริดจ์ที่ไขว้พลิกหลอกเหมือนจะยิงจนตัวประกบถลำก่อนที่หอกทีมชาติอังกฤษจะแตะหลบกูซานอีกคนแล้วช่วงที่ยากที่สุดคือบอลไปอยู่มุมแคบทางขวาแล้วสเตอร์ริดจ์เลือกยิงฝืนธรรมชาติด้วยอีซ้ายแบบจิ้มๆแสกหน้าตัวคุมเส้นบอลทะลุสามเหลี่ยมเข้าไปไม่มีเหลือ หงส์นำ 1-0

                พอได้ประตูนำตอนนี้ทีมเยือนขึงเกือบๆข้างเดียวแถมที่เด็ดสุดคือตัดเบนเทเก้กับอักบอนลาฮอร์ออกจากเกมไปเลยแต่นาที 31 โอกาสยิงหนแรกของเจ้าถิ่นมาถึงแล้วแต่ลูกยิงไกลของลูน่าบดออกหลังไปแบบไม่ต้องสืบ

                วิลล่าเริ่มได้ครองบอลมากขึ้นแต่ก็หนักใจเพราะ"หงส์แดง"วันนี้จัดระเบียบเกมรับมาค่อนข้างดีคือถ้าเจ้าถิ่นมาทางซ้ายเด็กๆร็อดเจอร์สจะยืนเรียงรอดักบอลที่อักบอนลาฮอร์จะลากตัดเข้าในเรียกว่ามิโญเลต์ยังไม่ได้ออกแรงพุ่งให้เสื้อสวยๆมีหญ้าติดกันเลยทีเดียว

                ก่อนหมดเวลา 5 นาทีตูเร่แสดงให้เห็นว่าทำไมสเคอร์เทลถึงนั่งสำรองหลังลูน่ากระชากขึ้นมาทางขวาแล้วล็อกหลอกเอ็นริเก้หน้าเขตโทษจนหลังหักก่อนกำลังจะง้างยิงแต่ตูเร่ไถลบล็อกทั้งลูกทั้งคน

                 ตอนนี้วิลล่าเร่งเกมรุกตามเวลาที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆนาที 41 เบนเทเก้โชว์ความน่ากลัวหลังได้บอลในกรอบเขตโทษแต่ตัวเองหันหลังอยู่ถูกเกล็น จอห์นสันบังแล้วยึกยักจนสามารถพลิกยิงได้บอลติดไซด์กำลังจะเสียบหน้าต่างแต่มิโญเลต์บินปัดหลุดเสานิดเดียว

                 อีก 3 นาทีต่อมา"หงส์แดง"ยังป่วนหลังโหม่ง 2-3 ทีในกรอบไม่ขาดซักทีบอลทะลักไปเข้าทางไวมันน์ที่ส่องตูมเดียวบอลแฉลบแอกเกอร์เปลี่ยนทางแต่ยังดีข้ามคานนิดเดียว มิโญเลต์ขาตาขยับไปอีกทางแล้วด้วย หมดครึ่งแรกหงส์ประคองร่างที่บอบช้ำช่วงท้ายกลับเข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์ที่ยังนำอยู่ 1-0

                ครึ่งหลัง เป็นไปตามทรงหลังพักครึ่งมาเป็นวิลล่าที่พยายามบุกเข้าใส่หมายจะเอาประตูตีเสมอให้ได้หลังเห็นอะไรบางอย่างช่วงท้ายครึ่งแรกแต่แนวรับที่แข็งแกร่งนำโดยตูเร่และเหล่าผองเพื่อนทำให้วิลล่าเองก็ยังหามุกเจาะเด็ดๆไม่เจอเช่นเดิม

                 สปีดของเกมเริ่มดุเดือดขึ้นเพราะหงส์ก็รอสวนกลับเช่นกันแต่วิลล่าตอนนี้ค่อนข้างแรงเพราะเกมรุกพยายามปิดสกอร์ให้ได้ไม่ว่าจะต้องยิงท่าไหนโดยนาที 60 เวสต์วู้ดได้บอลแปะมาจากอักบอนลาฮอร์ก่อนยิงไกลติดไซด์บอลข้ามคานออกไปเยอะ

                 อีก 2 นาทีต่อมา"หงส์แดง"โชว์ทีมเวิร์คอันสวยงามอีกแล้วหลังอาสปาสทำชิ่งวันทูกับ GJ แล้วลูกบอลที่มาระดับหัวเป็นเฮนโด้ที่ก้มหลบจนจอห์นสันได้ทะลุเข้าเขตโทษทางขวาแต่เจ้าตัวเลือกยิงมุมแคบเต็มแรงแทนที่จะตบเข้าในบอลเลยแหกออกหลังไปอย่างน่าเกลียด

                 นาที 67 บีร็อดทำฮือฮาหลังส่งอาลี ซิสโซโก้แข้งใหม่ลงแทนอาสปาสกะใช้ความไวมาช่วยเอ็นริเก้ในตำแหน่งฝั่งซ้าย

                อีก 3 นาทีต่อมาแนวรับลิเวอร์พูลพลาดหลังจังหวะเตะมุมตูเร่ที่อยู่ด้านหน้าเสียท่าปล่อยให้เบนเทเก้โผนโหม่งเต้มๆตรงระยะ 7 หลาบอลข้ามคานออกไปแบบน่าเข้า

                วิลล่ายังบุกไม่เลิกอีกไม่กี่นาทีต่อมาลูน่าเปิดบอลจากปีกขวาแล้วไวมันน์วิ่งมาโฉบขวิดในเขตโทษแต่บอลโดนถากหลุดเสาไกลออกไปค่อนข้างเยอะ

                นาที 75 หงส์เกือบโดนอีกหลังลูกบอมบ์เข้าเขตโทษเป็นตูเร่โหม่งแย่งกับแข้งเจ้าถิ่นบอลตกมาเข้าทางอักบอนลาฮอร์ที่ยิงตูมเดียวบอลเฉี่ยวเสาออกไปแบบใจหายใจคว่ำ

                ตอนนี้เกมวันเวย์แล้วเพราะวิลล่าบุกหนักมากนาที 78 โตเนฟตัวสำรองได้ซัดไกลนอกเขตบอลเลียดเข้ามุมแต่มิโญเลต์ล้มตัวตระครุบแบบเสียววาบ

                ก่อนหมดเวลา 10 นาทีแอกเกอร์ที่วันนี้เหมือนหลุดบ่อยดันไปล็อกหน้าประตูแล้วพอจวนตัวคืนหลังให้มิโญเลต์แรงเกินทำให้อดีตนายทวารซันเดอร์แลนด์จับบอลหลุดหลุดออกหลังเสียเตะมุม นี่ถ้าตรงกรอบก็เป็นประตูนะครัช แหม่

                ก่อนหมดเวลา 4 นาทีมิโญเลต์โชว์เซฟแห่งสัปดาห์หลังเบนเทเก้ได้หลุดเดี่ยวเข้ามากดแบบเหน่งๆเต็มๆในเขตโทษแต่มิโญเลต์พุ่งปัดมือเดียวรอดตายเหลือเชื่อ

                1-0 ชนะรวด 2 นัดคว้า 6 แต้มเต็มนำจ่าฝูงร่วมกับเชลซีแต่ประตูได้เสียเป็นรองและเป็นการเอาชนะ 2 นัดช่วงเปิดสนามในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว

    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม 

     แอสตัน วิลล่า : แบร๊ด กูซาน 6, แมทธิว โลว์ตัน 6(เอล อาห์มาดี้ น.64, 6), รอน วลาร์ 6, โยเรส โอโกเร่ 6, อันโนิโอ ลูน่า 6, เลอันโด้ เวสต์วู้ด 6(เฮเลนุส น.82), ฟาเบียง เดลพ์ 7, อันเดรียส ไวมันน์ 6(โตเนฟ น.72, 6), คริสเตียน เบนเทเก้ 7, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ 6

    ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์ 7, เกล็น จอห์นสัน 6, โคโล่ ตูเร่ 8, ดาเนี่ยล แอกเกอร์ 7, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 7, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 6, ลูคัส 6, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6, เอียโก้ อาสปาส 5(ซิสโซโก้ น.67, 6), ฟิลิปป์ คูตินโญ่ 6(อัลเลน น.83), ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 8 
    ข่าวจาก Soccersuck by เบน ฟรีคิก
    Credits:Liverpool In Thailand (ชอบเว็บเพจนึ้จุงง)

    หงส์แดงสามารถเก็บชัยชนะนัดที่2ไปได้ด้วยการยิงอย่างเหนือชั้นของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แล้วการเซฟแบบสุโค่ยของ ซีมง มิโญเล่ เจ๋งจริงคนนี้ ทำให้หงส์แดง มี6แต้มแล้วอยู่อันดับที่2ในตารางชั่วคราว

    วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    Aston Villa - Liverpool

    วันที่ 24/8/56 วันนี้หงส์แดง จะไปเยือน ทีมอย่างแอสตันวิลล่า ที่ วิลล่า ปาร์ค เวลา: 23.30 น. 
    ถ่ายทอดสด: CTH Stadium 1
    ปรีวิว : แอสตัน วิลล่า v ลิเวอร์พูล by เพลิงนิรันดร์ข่าวจาก เพลิงนิรันดร์
    หลังจากที่หงส์แดง เฉือนทีมสโต๊ค ซิตี้ ด้วยสกอร์1-0 จากการยิงของดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แล้วการเซฟ สำคัญของ ซีมง มิโญเล่
    ทำให้หงส์แดงอยู่ในอันดับที่7 ในตาราง 
    ส่วนนี้เราจะมากล่าวถึงทางฝั่งแอสตัน วิลล่าคู่ปรับหงส์ในวันนี้  
    "สิงห์ผงาด" ต้องเจอของแข็งเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันหลังพวกเขาเริ่มต้นเหมือนฝันในเกมบุกไปถล่ม "ปืนใหญ่" คารัง 3-1 ก่อนจะตื่นมาพบโลกแห่งความจริงเมื่อไม่สามารถสู้ "สิงห์บลูส์" ได้ในเกมกลางสัปดาห์ ซึ่งเลื่อนมาเตะเร็วเพราะ เชลซี จะมีคิวลงเล่นเกมยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ในสัปดาห์หน้า

               มาแมตช์นี้ต้องเจอกับ "หงส์แดง" ที่ต้องบอกว่าฟอร์มในสนามกำลังสดมาก โดยเฉพาะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่อันตรายสุดๆ แต่เมื่อมองแนวรับแล้วก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่บ้างว่า ดาเนี่ยล แอกเกอร์ กับโคโล ตูเร่ จะหยุดคริสเตียน เบนเตเก้ ที่ฮอตต่อเนื่องจากปีที่แล้วได้ไหวหรือเป่า

               เอาเกมรุก-เกมรับ บวกกับฟอร์มของทั้งสองทีมมาชั่งตวงวัดแล้ว พอจะบอกได้ว่าสูสี แต่ด้วยความเป็นทีมเยือนอาจทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องลำบากอยู่บ้าง แต่ด้วยความมั่นใจจากเกมแรก และความต้องการพิสูจน์ตัวเองของหลายๆคนที่ทำเพื่อทั้งทีมและตัวเอง จะทำให้ลิเวอร์พูล เก็บ 3 คะแนนกลับบ้านได้อีกครั้งครับ
    อย่างไรก็ตาม Liverpool น่าจะเก็บ3แต้มได้ YNWA
    credits:Liverpool In Thailand