แคปิตอล วัน คัพ : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 - 0 ลิเวอร์พูล
|
| แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดล้างแค้นคู่ปรับตลอดกาล"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลได้สำเร็จหลังเปิดบ้านเบียดเอาชนะหวุดวิด 1-0 จากประตูโทนต้นครึ่งหลังของฮาเวียร์ เฮอร์นานเดสที่แทบไม่มีบทบาทอะไรตบเท้าเข้ารอบ 4 แคปิตอล วัน คัพส่วนลูกทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์สที่แม้ได้หลุยส์ ซัวเรซกลับมาแล้วแต่ตอนนี้เหลือให้ลุ้นซีซั่นนี้แค่ 2 รายการเท่านั้น แคปิตอล วัน คัพ รอบ 3 วันพุธที่ 25 กันยายน 2556 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ลิเวอร์พูล สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ประตู : 1-0 ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ น. 46 คลิปประตู >> http://www.liverpool.in.th/lfcboard/index.php?topic=685.0 ประมวลภาพ >> https://www.facebook.com/media/set/?set=a.642197462480736.1073741839.165028736864280&type=3&uploaded=64 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีเหลือเกินโดยชนะลิเวอร์พูล 9 จาก 10 ครั้งหลังสุดที่ลงเตะกันในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทีมของเดวิด มอยส์เพิ่งพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้มาหมดรูปในเกมล่าสุดโดยนัดนี้ส่งตัวจริงผสมกับตัวสำรองลงสนามแตำแหน่งนายด่านยังใช้บริการของดาบิด เด เคอาเหมือนเดิม แผงหลังเปลี่ยนนักเตะลงมาเยอะนำโดยราฟาเอลประจำแบ็คขวาส่วนซ้ายเป็นหน้าที่ของอเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์แล้วให้คริส สมอลลิ่งกัลจอนนี่ อีแวนส์ยืนคุมตรงกลาง แดนกลางวันนี้ชินจิ คากาวะได้โอกาสลงสามพร้อมกับนานี่, ไรอัน กิ๊กส์และฟิล โจนส์โดยมีเวย์น รูนี่ย์ที่กำลังฟอร์มฮอตลงล่าตาข่ายกับชิชาริโต้ ด้านลิเวอร์พูลเพิ่งทำงามหน้าแพ้เซาแธมป์ตันคาบ้านเช่นกันเกมนี้เบรนแดน ร็อดเจอร์สจัดนักเตะชุดใหญ่ลงสนามและไฮไลท์ของเกมหนีไม่พ้นหลุยส์ ซัวเรซที่พ้นโทษแบนกลับมาลงเล่นได้ในรอบ 10 นัด กองหลังมีโคโล่ ตูเร่จองสัมปทานริมเส้นด้านขวาแล้วให้โฆเซ่ เอ็นริเก้กลับมาลงเป็นตัวจริงอีกครั้งมีมาร์ติน สเคอร์เทลจับคู่กับมามาดู ซาโก้ตรงกลางแทนดาเนี่ยล แอกเกอร์ที่เจ็บไม่หาย แผงกลางยังเป็นชุดเก่งนำทัพโดยสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลว่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สันส่วนเกมรุกปล่อยให้วิคเตอร์ โมเซสและดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ผสานงานกับ"หม่อมกัด" ครึ่งแรก เริ่มเกมมา 7 นาทียูไนเต็ดมาได้ลุ้นยิงประตูก่อนเมื่อได้ต่อบอลทำชิ่งกันมาจากริมเส้นด้านขวาก่อนที่บอลมาถึงรูนี่ย์หาจังหวะสับด้วยเท้าขวาระยะราว 25 หลาแต่บอลไปติดบล็อคของกองหลังทีมเยือนทำให้ได้เพียงแค่เตะมุม "หงส์แดง"มีลุ้นบ้างจากจังหวะที่ซัวเรซได้บอลหลุดไปตรงสุดเส้นหลังด้านขวาก่อนจ่ายย้อนกลับมาให้เอ็นริเก้ตั้งป้อมเปิดไปตรงเสาสองบอลเกือบจะถึงสเตอร์ริดจ์แล้วแต่โจนส์ยังตามมาโหม่งทิ้งออกหลังไปนิดเดียว ลิเวอร์พูลได้ลุ้นอีกครั้งเมื่อสเตอร์ริดจ์ได้บอลแทงทะลุช่องเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงทำได้ไม่ดีทำให้บอลหลุดเสาแรกไปเยอะ ซัวเรซมาได้ลุ้นเกือบยิงได้ในจังหวะที่เอ็นริเก้เปิดบอลยาวมาจากริมเส้นด้านซ้ายข้ามหัวของอีแวนส์ไปแล้วก่อนดาวยิงอุรุกวัยจับบอลลงแต่ยาวไปนิดนึงทำให้เด เคอาเข้ามาตะปบเอาไว้ได้พร้อมกับจังหวะที่ซัวเรซยิงพอดี เกมเข้าสู่นาทีที่ 21 คราวนี้ลูคัสตัดบอลได้หน้าปากเขตโทษของยูไนเต็ดก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์หลุดเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่จับบอลห่างไปนิดทำให้ไม่มีมุมยิงแล้วเลยยิงไปติดบล็อคของสมอลลิ่งที่ยังตามลงมาทัน นาทีที่ 26 "หงส์แดง"มาได้ลุ้นยิงอีกโดยซัวเรซลากบอลขึ้นมาในจังหวะสวนกลับก่อนจ่ายไปให้สเตอร์ริดจ์ที่รออยู่เตะเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนได้ยิงทว่าก็ยังไปติดบล็อคของสมอลลิ่งอีกครั้ง เกมผ่านมาครบครึ่งชั่วโมงยูไนเต็ดต่อบอลขึ้นมาได้ดีบ้างจากที่ราฟาเอลขึ้นเกมมาทางฝั่งขวาก่อนจ่ายเข้ากลางให้นานี่แล้วบอลหลุดไปถึงชิชาริโต้ได้บอลทำชิ่งเข้ากรอบเขตโทษด้านขวาแต่จังหวะยิงไม่มีมุมแล้วทำให้เหินข้ามคานออกไป ช่วงท้ายครึ่งแรก"ปีศาจแดง"กลับมาเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้อย่างชัดเจนแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะแผงหลังของลิเวอร์พูลเข้าไปหาจังหวะยิงแบบถนัดถนี่ได้มากนักโดยรูนี่ย์และนานี่ต่างได้ยิงไกลแต่ไปติดบล็อคไม่ได้ลุ้นอะไรก่อนจบครึ่งที่การเสมอกันไป ครึ่งหลัง เริ่มครึ่งหลังมาแค่ 1 นาทียูไนเต็ดก็ขึ้นนำจนได้จากจังหวะเตะมุมด้านซ้ายเปิดเข้ามาตรงกลางบอลมาตกใส่ชิชาริโต้ที่กระโดดตวัดบอลผ่านมิโญเล่ต์เข้าไปซุกก้นตาข่ายให้แฟนเจ้าถิ่นได้เฮฮากันก่อน ลิเวอร์พูลพลาดได้ประตูอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะสวนกลับที่ซัวเรซไหลไปให้สเตอร์ริดจ์ตอกส้นกลับมาแล้วโมเซสไปแย่งบอลมาจากสมอลลิ่งได้บอลกระดอนมาถึงเฮนเดอร์สันตั้งป้อมแปสวนเข้าไปตรงๆทว่าบอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย "หงส์แดง"เดินเกมบุกต่อเนื่องอีกโดยคราวนี้เป็นซัวเรซที่ลากบอลเข้ามาถึงระยะ 20 หลาแล้วซัดเปรี้ยงไปเลยแต่ก็ยังโดนสองกองหลังยูไนเต็ดพุ่งเข้ามาบล็อคเอาไว้ได้ อีกไม่กี่นาทีต่อมาสมอลลิ่งส่งบอลพลาดไปเข้าเท้าของ"หม่อมกัด"ลากขึ้นมาก่อนจัดสินใจยิงเองไปแฉลบกองหลังของยูไนเต็ดออกหลังไป ยูไนเต็ดพลาดโอกาสงามบ้างเมื่อได้ลูกโต้กลับมาจากเด เคอาเลยชิชาริโต้จับบอลลงได้ก่อนไหลไปให้คากาวะที่ต่อบอลมาถึงนานี่หน้าปากประตูแต่จังหวะยิงปีกอาบังกลับทำไม่ดีเหินข้ามคานออกไปชนิดที่มอยส์ต้องโวย นาทีที่ 63 คากาวะโชว์สเต็ปพลิกบอลหนีลูคัสตรงกลางสนามก่อนลากจี้เข้าหากองหลังของลิเวอร์พูลแล้วตะบันด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อบอลผ่านมือของมิโญเล่ต์ไปแล้วแต่เช็ดคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น เกมมาถึงช่วง 20 นาทีสุดท้าย"หงส์แดง"ได้เตะมุมทางฝั่งซ้ายกองหลังของยูไนเต็ดเคลียร์ไม่ขาดบอลมาเข้าเท้าของซัวเรซจับบอลลงหนึ่งจังหวะและพลิกหลบกองหลังเจ้าถิ่นก่อนยิงด้วยซ้ายทันทีทว่าบิดไม่พอบอลไปเข้าข้างตาข่าย ลิเวอร์พูลน่าได้ประตูตีเสมออย่างที่สุดเมื่อเจอร์ราร์ดตักบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่สมอลลิ่งสกัดทิ้งเอ็นริเก้ตามมาเก็บตกปาดกลับมาตรงกลางเป็นโมเซสที่ทิ้งตัวตอร์ปิโดบกโขกเต็มๆทว่าเด เคอายังปัดเอาไว้ได้ "หม่อมกัด"เกือบตีเสมอให้ทีมได้อีกแล้วโดยฟรีคิกจากบริเวณนอกกรอบเขตโทษด้านซ้ายของเขาไปแฉลบกำแพงก่อนนิดนึงแล้วพุ่งไปชนคานดังสนั่นก่อนออกหลังไปและจังหวะเตะมุมต่อเนื่องก็ไม่มีอะไร รูนี่ย์หวิดยิงฟรีคิกเข้าอีกเกมแล้วเมื่อได้ปั่นนอกกรอบเขตโทษด้านขวาระยะ 20 หลาแต่มิโญเล่ต์ไม่ยอมให้พลาดพุ่งไปปัดทิ้งออกหลังไปและจังหวะต่อเนื่องยูไนเต็ดเตะมุมสั้นรูนี่ย์ลากบอลเข้ามายิงเองก็ยังโดนนายด่านเบลเยี่ยมปัดทิ้งไปได้อีกครั้ง ช่วงท้ายเกมลิเวอร์พูลได้ลูกเตะมุมเล่นสั้นมาให้เจอร์ราร์ดตั้งป้อมยิงไกลเข้ามาตรงเสาแรกทว่าเด เคอาก็ยังเซฟเอาไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ถัดมาไม่นานซัวเรซไปแย่งบอลมาจากโจนส์ได้ทางริมเส้นด้านขวาก่อนลากเข้าเขตโทษแล้วจ่ายให้ตูเร่ที่เติมขึ้นมายิงก่อนที่จะไปโดนสเตอร์ริดจในจังหวะสุดท้ายออกไป ท้ายที่สุดแล้ว"หงส์แดง"ก็ไม่สามารถตีเสมอได้ทำให้ต้องจอดป้ายไปในรอบนี้ส่วน"ปีศาจแดง"เดินหน้าเข้ารอบ 4 ยังมีลุ้นครบทุกถ้วยต่อไป รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา 5, ราฟาเอล 7, จอนนี่ อีแวนส์ 7, คริส สมอลลิ่ง 7, อเล็กซานเดอร์ บุตต์เนอร์ 6, ฟิล โจนส์ 6 , ไรอัน กิ๊กส์ 6 , นานี่ 5 (แดนนี่ เวลเบ็ค น. 90+1), ชินจิ คากาวะ 5(อั๊ดนาน ยานูไซจ์ น. 74), ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ 7 (ไมเคิ่ล คาร์ริค น. 74), เวย์น รูนี่ย์ 8* ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : เบน อามอส, ฟาบิโอ, อันเดอร์สัน, วิลเฟร็ด ซาฮา ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเล่ต์ 7, โคโล่ ตูเร่ 6 , มามาดู ซาโก้ 5, มาร์ติน สเคอร์เทล 6, โฆเซ่ เอ็นริเก้ 6, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 6, ลูคัส เลว่า 5 (มาร์ติน เคลลี่ น. 68), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 5, วิคเตอร์ โมเซส 5(ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น. 82), ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ 4, หลุยส์ ซัวเรซ 7 ตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม : แบรด โจนส์, อันเดร วิสดอม, หลุยส์ อัลเบร์โต้, จอร์ดอน ไอบ์, เอียโก้ อาสปาส YNWA |
| ข่าวจาก Soccersuck by brett anderson |
วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556
Capital 1st Cup ; Man Utd 1-0 Liverpool
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น